เปิดเวบเมื่อ 10/09/2553
ปรับปรุงเวบเมื่อ 17/11/2561
ผู้ชมทั้งหมด
สินค้าทั้งหมด 133









พระหยกแกะสลักจากหยกขาว ขนาด39นิ้วมีเข้ามา สนใจโทรสอบถามได้ที่ 087-1853433 หรือเข้าไปดูเพิ่มเติมได้ที่  https://www.facebook.com/yokkaewmongkon/  มีอัพเดทพระหยกใหม่ๆเข้ามาตลอดครับ ราคาไม่แพง

บทความ
พระหยกแกะสลัก ปางต่างๆ พระหยกแกะสลักแบบ พระพุธรูปสมัยเชียงแสน (อ่าน 2091/ตอบ 0)
ตั้งแต่ผมเปิดร้านพระหยกแกะสลักมา ก็มีพระหลากหลายปางที่ได้รับงานมาแกะเป็นพระหยก แต่ที่มากที่สุดน่าจะเป็น"พระสิงห์" นะถ้าผมนับไม่ผิด โดยส่วนใหญ่เรามักจะเรียกพระปางต่างๆ ตามที่พระพุธรูปถูกสร้างขึ้นมา ผมเองก็คนหนึ่งที่มักจะเรียกพระปางต่างๆตามยุคสมัยที่พบหรือจากพื้นที่ที่มีการค้นพบ เพราะจำง่ายดี พระพุธรูปสมัยเชียงแสนก็เช่นกัน พระเชียงแสน หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า  "พระสิงห์" เป็นพระที่ผมคิดว่าถูกหยิบยึมแบบ มาแกะสลักเป็นพระหยก น่าจะมากที่สุดก็ว่าได้ (เทียบในร้านพระหยกแกะสลักของผมนะครับ)  น่าจะเกินกึ่งหนึ่งของงานพระหยกแกะสลัก ที่ผมได้ทำมา เพราะอะไรหรอ...... 
ข้อแรกน่าจะลักษณะที่งดงามของศิลปะนะว่ามั้ย ไม่งั้นคงไม่นิยม
ต่อมาน่าจะมาจากคติความเชื่อ ที่ว่าการสร้างหรือการแกะสลักพระหยก
 เป็นศิลปะแบบพระสิงห์หนึ่ง เพื่อเป็น ศิริมงคล ชนะอุปสรรคทั้งปวง ก็เป็นได้
  ผมเลยอยากจะเล่าถึงประวัติสั้นๆ ของพระเชียงแสนซักนิดนึง ตามแบบที่ผมเข้าใจ ย้ำว่าแบบที่ผมเข้าใจนะครับ
แรกๆพระพุธรูปจากสมัยเชียงแสน ถูกสร้างขึ้นที่ เมืองเชียงแสน หรือ "หิรัญนครไชยบุรีเชียงแสน" (ชื่อยาวมากๆ) ซึ่งก่อตั้งโดยพระยาแสนภู น่าจะปี พ.ศ. 1871 นะผมก็ไม่ค่อยแน่ใจ ท่องจำมาตั้งแต่ประถมและมั้ง  เชื่อกันว่าพระเชียงแสนครั้งแรกๆน่าจะสร้างโดยช่างจากอินเดีย ต่อมาก็คงครูพักลักจำ หรืออาจมีการถ่ายทอดศิลปะมาเรื่อยๆ โดยช่างชาวล้านนา และล้านช้าง ก็เป็นได้
โดยพระเชียงแสนตามการสืบค้นน่าจะแบ่งออกเป็นสองรุ่น ใหญ่ๆ เอาแบบที่กรมศิลปากรเขาแบ่งนะครับ คือ รุ่นแรก กับ รุ่นหลัง ซึ่งรุ่นแรกจะมีลักษณะตามแบบ พระพุธรูปอินเดีย จุดเด่นที่นั่งขัดสมาธิเพชร โดยอาจจะ รับอิทิธพล มาจากอินเดียโดยตรง หรืออาจจะผ่านทางพม่า ก็เป็นได้ ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ก็ว่ากันตามนักวิชาการก็แล้วกัน
ส่วนรุ่นหลัง มักจะมีศิลปะจากทางสุโขทัยเข้ามาผสมด้วย คงเป็นเพราะอยู่ใกล้กัน เกิดการไปมาหาสู่จนหยิบยืมศิลปะหรือจะเรียกว่าการผสมผสานน่าจะดีกว่า จุดสังเกตุง่ายๆ คือมีรัสมีเป็นเปลว นั่งขัดสมธิชายจีวรยาวลงมาถึงพระนาภี มีไรพระศก 
 ส่วนที่เรามักจะเรียกพระแบบ "เชียงแสน"ว่า "พระสิงห์" อาจจะด้วย เรียกตามพระพุธรูปเชียงแสนที่ เมืองเชียงใหม่ ที่มีความงดงามจับตาจับใจ ที่มีนามว่า"พระสิงห์" ก็เป็นได้ครับ 
จากการสังเกตที่แกะสลักพระหยกมานะครับ เรามักจะแบ่งพระสิงห์เป็นพระ สิงห์หนึ่ง สิงห์สอง สิงห์สาม มากกว่าที่จะเรียกหรือแบ่ง ตามกรมศิลปากร ที่แบ่งเป็นรุ่นแรก กับรุ่นหลัง ดังที่กล่าวไปแล้วข้างต้น โดยที่จุดเด่นของพระสิงห์ทั้งสามแบบก็ไม่ได้มีอะไรมาก เราจะเอาสังฆาฏิเป็นเกณฑ์ คือ

พระสิงห์หนึ่ง จะมีสังฆาฏิ ที่สั้นเหนือพระถัน
พระสิงห์สอง จะมีสังฆาฏิ ที่ยาวเลยพระถันลงมานิดหน่อย
พระสิงห์สาม จะมีสังฆาฏิ ที่ยาวลงมาจดนาภี
 
แต่ก็จะมีข้อที่น่าสังเกตอีกอย่าง  จะมีพระสิงห์อีกแบบคือ ปางมารวิชัย แต่ขัดสมาธิราบ แทนที่จะขัดสมธิเพชรตามแบบอินเดีย ห่มจีวรแบบเฉียงแต่ชายจีวรยาวลงมาจดพระนาภี รัศมีเป็นแบบเปลวไฟ เข้ามาให้ทางผมแกะสลักเป็นพระหยก อยู่บ่อยๆ จากที่ผมลองศึกษาข้อมูลทั้งหนังสือ หรือถามกูรูหลายๆท่าน เข้าใจว่าน่าจะได้รับอิทธิพลมาจาก สุโขทัยนั่นเองเรามักจะพบพระเชียงแสนลักษณะนี้มากใน "ยุคเชียงใหม่" เพราะพระ "แบบเชียงแสน" มักจะทำเป็นแบบขัดสมาธิเพชรตามแบบอินเดีย แต่พระ "แบบเชียงใหม่" มักจะทำแบบสมธิราบตามแบบลังกา น่าจะเป็นเช่นนี้ตามที่นักวิชาการสันนิฐานไว้
                                                                                                                                           st-jade.com ... เขียน